น้ำส้มสายชูหมักตราอาเมะ

 
 

น้ำส้มสายชูหมักสูตรต้นตำหรับ
ผสมสมุนไพรและน้ำตาล

น้ำส้มสายชูหมักสูตรดั้งเดิม
จากเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น

น้ำส้มสายชูหมักสูตร 3
สูตรผสมสมุนไพรและไม่มีน้ำตาล

ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูหมักจากอ้อย

น้ำส้มสายชูหมักจากอ้อยช่วยบำรุงร่างกาย

เป็นที่รู้จักกันดีในทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นหนึ่งในอาหารธรรมชาติที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพ ช่วยบำรุงร่างกายและชีวิตที่ยืนยาว ที่เป็นเช่นนี้เพราะน้ำส้มสายชูหมักมีโพแทสเซียมสูง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเนื้อเยื่อ ผิวหนังและเป็นสารอาหารที่สำคัญของเซลล์ในร่างกายมนุษย์ ทำให้เส้นเลือดแดงมีความยืดหยุ่น อีกทั้งยังเป็นตัวสำคัญในการต่อสู้ กับแบคทีเรีย ไวรัส โดยเฉพาะคนที่ขาดสารโพแทสเซียม ซึ่งมักจะมีอาการปวดเมื่อยกระดูกและกล้ามเนื้อ เจ็บบริเวณหลังส่วนกลาง หากแอ่นตัวไปข้างหลังหรือก้มหน้า จะรู้สึกหน้ามืดและมึนงง ตื่นนอนตอนเช้า รู้สึกมึนศีรษะ ผิวหนังรอบดวงตาเหี่ยวย่นก่อนวัย มือเท้าเย็นในบางครั้ง และอาจเป็นตะคริว คันหนังศีรษะ มีรังแค ผมเริ่มบางและศีรษะล้านก่อนวัยอันควร และรู้สึกเหนื่อยง่าย น้ำส้มสายชูหมักสามารถช่วยบำบัด อาการที่เกิดขึ้นได้

น้ำส้มสายชูหมักจากอ้อยผสมสมุนไพรบำรุงสุขภาพ ลดความดันโลหิต บำรุงสุขภาพให้แข็งแรง ช่วยบำรุงเลือด ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว ไมเกรน ไซนัส ปวดตามข้อ โรคเกาต์ ช่วยกำจัดนิ่วในไต และนิ่วในถุงน้ำดี ดื่มทุกวันนอกจากช่วยบำรุงร่ายกาย ให้แข็งแรงแล้ว ยังช่วยเรื่องการขับถ่ายให้เป็นปกติอีกด้วย เพื่อสุขภาพของท่านควรดื่มประจำทุกวัน ทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโซเดียม ทานแล้วทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นแน่นอน

ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูหมัก

1.  ปรับสมดุลในร่างกาย กำจัดพิษในร่างกาย (Detox) บรรเทาอาการปวดหัว
2. ช่วยการทำงานของหัวใจ ปรับระดับกรด - ด่างในร่างกายให้อยู่ในระดับสมดุล
3. ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ บรรเทาอาการปวดข้อและโรคเกาต์
4. ช่วยกำจัดนิ่วในไตและในถุงน้ำดี บำรุงสายตา และช่วยให้ระบบปัสสาวะเป็นปกติ
5. แก้ปัญหาเรื่องระบบการย่อยอาหารและการดูดซึมอาหาร
6. ช่วยรักษาโรคทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ
7. ช่วยรักษาอาการเจ็บคอ คันคอ ร้อนใน
8. ช่วยบรรเทาอาการอาหารไซนัส ปวดหัว
9. ช่วยป้องกันอาการผมแห้ง หนังศีรษะมัน ผมร่วง และรังแค
10. ช่วยบรรเทาอาการอาหารเป็นพิษ
11. ช่วยให้ร่างกายใช้ประโยชน์จากแคลเซียมได้ดีขึ้น
12. ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายให้เป็นปกติ
13. เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

ดื่มน้ำส้มสายชูหมักแล้วจะทำให้หายเครียด

ความเครียดคือความผิดปกติที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา ความหมายที่แท้จริงกินความกว้างกว่านี้มากนัก และมักรวมไปถึงสิ่งต่าง ๆ ที่มีผลกระทบทำให้เราเกิดความเครียด เช่น ร้อน หนาว เหนื่อย อาหารและรวมไปถึงความกังวลและความเจ็บป่วยด้วย หากปล่อยให้ความเครียดเข้าครอบงำ ผลร้ายก็เกิดตามมา บางรายถึงกับล้มป่วยหรือเสี่ยงเป็นโรคร้ายเพิ่มขึ้นอีก กลไกที่ทำให้เกิดความเครียด ถูกค้นพบโดย ดร.ฮาน นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลชาวแคนนาดา โดยการค้นพบ Adrenal Cortical Hormone และการทำงานของต่อมหมวกไต ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิต ประกอบไปด้วย 3 พวกใหญ่ ๆ คือ ฮอร์โมนควบคุมการเผาผลาญอาหาร (Glucocorticoid hormone) ทำหน้าที่ตรงข้ามกับ Insulin ฮอร์โมนควบคุมสมดุลน้ำและเกลือ (Mineralocorticoid hormone) ฮอร์โมนเพศ (Sex hormone) ทั้งสามนี้เรียกรวมกันว่า Adrenal Cortical Hormone หากปล่อยให้ความเครียดเกิดขึ้นนานเกินไป หรือ Adrenal Cortical Hormone หลั่งน้อยเกินไป เราอาจแพ้ต่อความเครียด ถึงขั้นล้มป่วย ดังนั้นทางป้องกันความเครียดหรือกำจัดความเครียดที่มีง่าย ๆ คือการพักผ่อน หรือนอนหลับ หรือกำจัดโดยกระตุ้นต่อมหมวกไตให้หลั่งฮอร์โมน โดยการดื่มน้ำส้มสายชูหมัก หรือกินอาหารที่มีประโยชน์ นักวิทยาศาสตร์บางท่านถึงกับสรุปว่า Adrenal Cortical Hormone ได้มาจากกรดอซิติคหรือน้ำสัมสายชูหมัก ซึ่งเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่ ดร.ฮาน ได้รับเกียรติและรางวัลอันสูงสุดในการค้นพบครั้งนี้หาไม่มนุษย์เราคงมองข้ามความสำคัญของต่อมหมวกไต

คลอเลสเตอรอล สิ่งที่คุณไม่ควรเกลียดและ กลัวเมื่อคุณดื่มน้ำส้มสายชูหมักเป็นประจำ

โรคหลอดเลือดหัวใจเป็นโรคที่ร้ายแรง รักษายากมาก หลายคนกลัวมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทราบถึงต้นตอและสาเหตุ คือ “คลอเลสเตอรอล” ทั่วโลกประโคมจนทำให้เราทั้งเกลียดทั้งกลัวคลอเลสเตอรอล ร่างกายของเรามีคลอเลสเตอรอลจำนวนมาก มีบทบาทและความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระแสเลือดอย่างที่คุณคิดไม่ถึง เช่น เมื่อเราตกอยู่ภาวะอันตราย คลอเลสเตอรอลจะนำ Adrenal hormone ไปยังที่หมายทันทีทันใด เมื่อใดที่คุณต้องการความแข็งแรง ฮอร์โมนเพศก็จะถูกส่งไปในที่ที่ธรรมชาติต้องการ ที่นี้เรามาดูกันว่า คลอเลสเตอรอล ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวได้อย่างไร? ศจ.โตกิโอ ชิมาโมโต เผยแพร่งานวิจัยถึงปัญหาโรคหลอดเลือด(หัวใจ)แข็งตัว ทำให้ทั่วโลกสนใจเป็นอย่างยิ่ง เขาได้ค้นพบว่า หากมีการหลั่งแอนดีนาลีน (Andrenaline) จากอาการสุดขีดต่างๆ เช่น ตกใจ โมโห กังวล, เย็นจัด หรือเมื่อเราต้องการใช้คลอเลสเตอรอลเป็นพาหะเคลื่อนย้าย Andrenal Hormone บ่อยเกินไปผ่านหลอดเลือด จะทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัว หากเรากำจัด ต้นเหตุของการหลั่ง ฮอร์โมนชนิดนี้ เช่นความเครียด ก็จะทำให้ลดความเสี่ยงลงได้มาก แต่ที่สำคัญมากที่สุด ก็คือการควบคุม คลอเลสเตอรอล ไม่ให้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งการดื่มน้ำส้มสายชูหมักเป็นประจำจะทำให้ ปริมาณ คลอเลสเตอรอล ลดลงโดยกระบวนการเปลี่ยนแปลงเป็นกรดต่างๆ

**  ทฤษฎีของเครบ  **
***   (Kreb’s theory)   ***

ดร.เครบ นักวิทยาศาสตร์ รางวัลโนเบิลชาวอังกฤษได้ค้นพบทฤษฎีนี้ตั้งแต่ คศ.1953 เขาได้อธิบายถึงทำไมการดื่มน้ำส้มสายชูหมักจากอ้อยช่วยขจัดความอ่อนเพลียของร่างกาย รวมถึงกระบวนการ ที่อาหารที่เรารับประทานเปลี่ยนไปเป็นพลังงานหรือการเผาผลาญอย่างละเอียดและรวมไปถึงความลับที่ทำให้ร่างกายมนุษย์รู้สึกอ่อนเพลียและวิธีการกำจัดมัน

จากการค้นพบของ ดร.เครบ ทำให้นักวิชาการโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศญี่ปุ่น ศจ.ฮิชิโร อาคิตานิ จากมหาวิทยาลัยโตเกียวได้ทุ่มเทเวลาทั้งชีวิตพยายามให้คนญี่ปุ่นดื่มน้ำส้มสายชูหมักมากเท่าที่จะมากได้ จึงเป็นที่มาของวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่นิยมดื่มกันทั้งเกาะและก่อให้เกิดปัญหาตามมาคือ “คนแก่ล้นเมือง” อายุยืนยาวเป็นร้อยปี ที่นี้เรามาดูการทำงานอันมหัศจรรย์ของร่างกายเรา เริ่มต้นที่เรารับประทานอาหารเข้าไปทำการย่อยเพื่อเปลี่ยนแป้งเป็นกลูโคส โปรตีนก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นกรด อมิโนอีก 20 ชนิด ไขมันจะถูกเปลี่ยนไปเป็นกลีเซอรรีน และกรดไขมัน อาหารต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะถูกเผาผลาญและเปลี่ยนไปเป็นสารที่เราเรียกว่า ATP (Adenocine triphosphate) ซึ่งให้พลังงานออกมาในรูปความร้อน (Heat) บางส่วนก็นำไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายเมื่อต้องการเช่น โปรตีน อาหารเกือบทั้งหมดที่เรารับประทานจะถูกเปลี่ยนเป็นกรดซิตริค อะโคนิติค ไอโซซิตริค อัลฟาคีโตกลูทาริค และกรดอีก 4 ชนิดใน Mitochondria ซึ่งเป็นแหล่งสร้างพลังงานของเซลล์ ในกระบวนการนี้ กรดทั้ง8 ชนิด ก็จะถูกลดปริมาณลงในรูปของการเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน (ATP) , แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะเกิดขึ้นและถูกขับออกโดยกระบวนการหายใจออก น้ำก็จะถูกขับออกมาในรูปของปัสสาวะและเหงื่อ โดยกระบวนการทั้งหมดนี้ เกิดจากเอ็นไซม์ใน Mitochondria และถ้ากรดทั้ง 8 ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ กระบวนการทั้งหมดที่ได้อธิบายมา ก็จะไม่เกิดกรดไพโรราสมิค (Pyroracemic หรือ Pyruvic) และกรดแลคติค ความเมื่อยล้าอ่อนเพลียและปวดตามกล้ามเนื้อก็จะไม่เกิด กล้ามเนื้อของเราก็จะนิ่มไม่แข็งเกร็ง เลือดก็จะมีภาวะเป็นด่าง ปัสสาวะก็จะเหลืองใสขึ้นและก็จะมีภาวะเป็นด่างด้วย มีความสดชื่น ตื่นตัวตลอดเวลา ในทางตรงกันข้ามหากเราทำงานหนักทั้งทางกายและทางใจ หรืออาหารที่เรารับประทานเข้าไปแย่สุด ๆ หรือร่างกายไม่ได้ดื่มน้ำส้มสายชูหมักจากอ้อย ก็จะทำให้กระบวนการที่กล่าวมาเมื่อสักครูไม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพก็จะทำให้เกิดกรดไพโรราสมิค และกรดแลคติค (ซึ่งเกิดโดยการรวมไฮโดรเจนเข้ากับกรดไพโรราสมิค) กรดเหล่านี้จะสะสมในกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดความเจ็บปวดและเมื่อยล้า หากกรดแลคติคสะสมในกล้ามเนื้อ ประมาณ 0.24-0.40% ของของเหลวในร่างกายเรา เราจะรู้สึกอ่อนเพลียหรือเหนื่อยทันที การตอบสนองของร่างกายจะช้าลง บางทีอาจทำให้การทำงานผิดพลาดหรือไม่ก็เกิดอุบัติเหตุ หากปล่อยให้มีการสะสมของกรดแลคติคมากขึ้น บางรายถึงกับเกิดอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ หรือเป็นตะคริว เนื่องจากกรดไพโรลาสมิค สามารถที่จะทำให้ประสาทชาหรืออัมพาตได้ หรือที่พบบ่อยที่สุดคืออาการ ปวดต้นคอหรือไหล่ ทำให้ต้องไปหาหมอนวด ทั้งหมดนี้เกิดจากกรดแลคติคและไพโรราสมิคที่สะสมในร่างกายทั้งสิ้น

Credit : http://agro.wu.ac.th

ทำไมคนเราถึงได้อ่อนเพลีย .. อะไรที่เป็นตัวการทำให้เรารู้สึกเช่นนี้
“ทันทีที่คุณดื่มน้ำส้มสายชูหมัก คุณจะรับรู้ได้ว่าความอ่อนเพลียเมื่อยล้าของร่างกายจะถูกค่อย ๆ กำจัดทิ้งไปทีละน้อยและจะหมดไป ภายในสองชั่วโมง”คุณสามารถพิสูจน์ง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง โดยสังเกตปัสสาวะของคุณก่อนดื่ม และหลังดื่มจะมีสีต่างกัน นั่นคือเมื่อคุณดื่มน้ำส้มสายชูหมักจากอ้อยแล้วใน 1-2 ชั่วโมงต่อมา ปัสสาวะจะเริ่มเหลืองใสขึ้น หรือหากคุณขี้สงสัยอยากดูให้ละเอียดมากขึ้นอีกก็สามารถเช็คง่าย ๆ ด้วยกระดาษลิตมัส ก่อนและหลังดื่มน้ำส้มสายชูหมักจากอ้อย จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าภายหลังดื่มแล้ว ปัสสาวะจะมีภาวะเป็นด่างมากขึ้น ซึ่งก่อนดื่มจะมีภาวะเป็นกรด ฉันใดก็ฉันนั้น สำหรับปัสสาวะและในเลือดของเรา ก็จะมีปฎิกิริยาที่คล้ายกัน ก่อนดื่มเลือดของเรา ในขณะที่อ่อนเพลียจะมีภาวะเป็นกรด และภายหลังดื่มน้ำส้มสายชูหมัก ก็จะมีภาวะเป็นด่างขึ้น นั่นก็แสดงว่าจะต้องมีสารตัวใด ตัวหนึ่งที่ทำให้ร่างกายของเรารู้สึกอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และทันทีที่เราดื่มน้ำส้มสายชูหมักจากอ้อยก็จะเกิดปฎิกิริยาทางเคมีบางอย่างที่สามารถ ขจัดสารตัวนั้นออกไป ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น และเราก็จะมาดูให้ละเอียดว่ามันคืออะไร

ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการดื่ม น้ำส้มสายชูหมักเพื่อเลือดที่เป็นปรกติ
ภาวะแอซิโดซิส (Acidosis) คือภาวะที่เลือดมีกรดไพโรราสมิคและกรดแลคติค จะทำให้เอ็นไซม์ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวข้าลง ทำให้เกิดภาวะเบื่อหน่ายน่ารำคาญ โมโหง่ายหรือฉุนเฉียว นั่นยิ่งเป็นการเพิ่มปัญหามาบนปัญหาเข้ามาอีกต่อหนึ่ง ภาวะนี้ร่างกายก็จะเสี่ยงต่อเชื้อโรคต่างๆ อาจเกิดการเจ็บป่วย ทางแก้ก็มีอยู่ 2 ทาง หนึ่งนั่นคือ ทางใจ ท่านจะต้องฝึกจิตให้สามารถจัดการต้นเหตุที่กล่าวมา ซึ่งโดยปกติแล้ว พระสงฆ์หรือผู้ที่ฝึกสมาธิขั้นสูงเท่านั้นที่สามารถทำได้ แต่สำหรับเราๆ ท่านๆ ง่ายๆ ก็คือ ดื่มน้ำส้มสายชูหมัก เพื่อทำให้ภาวะเลือดเป็นกรดหายไปหรือเป็นด่างมากขึ้น เบื้องต้นก็จะรู้สึกตรงกันข้ามกับที่เอ่ยมาทั้งหมดภายหลังดื่ม เนื่องมาจากกรดอะซิติคหรือน้ำสัมสายชูหมัก จะถูกเปลี่ยนไปเป็นกรดซิตริคโดยวิธีการรวมกับกรดออกซาโลอะซิติค (Oxaloacetic) ด้วยความช่วยเหลือของโคเอ็นไซม์ เอ และ ATP ซึ่งค้นพบโดย ดร.เวอร์ทาแนน (Virtanen) นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลชาวฟินแลนด์ ซึ่งเป็นการทำให้วัฎจักรซิตริค (Citric cycle) ทำงานสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น กรดไพโรราสมิค และกรดแลคติคก็จะไม่เกิดขึ้น

จริงหรือไม่ ดื่มน้ำส้มสายชูหมักจะ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย โรคกระเพาะและ จุกเสียด (heartburn)
มีการค้นพบว่าอาการจุกเสียดไม่ได้มีสาเหตุมาจากการหลั่งน้ำย่อยมากเสมอไป คนป่วยที่มีการหลั่งน้ำย่อยต่ำ หรือ บางรายผ่าตัดกระเพาะทิ้งแล้วยังมีอาการเลย บางรายดื่มน้ำทีมีฤทธิเป็นด่างหรือดื่มน้ำมากๆก็ยังคงมีอาการ การใช้ชีวิตที่รีบเร่ง ทั้งกิน และดื่มล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของอาการ จุกเสียดทั้งสิ้น ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า น้ำส้มสายชูหมักชนิดดื่มจะมีค่าความเป็นกรด น้อยกว่า น้ำย่อย หรือ แม้แต่เครื่องดื่มโคล่า ที่นิยมดื่มกันทั่วโลกเสียอีก หากคุณมีอาการกระเพาะเป็นแผลอยู่แล้ว ให้คุณดื่มน้ำส้มสายชูทีละน้อยก่อน แล้วสังเกตุอาการ และค่อยๆเพิ่มปริมาณขึ้นทีละน้อยอย่างช้าๆ วิธีสังเกตุอาการ ถ้าเป็นแผล ในกระเพาะคุณจะมีอาการปวดภายหลังจากคุณรับประทานอาหารไปแล้วครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้า คุณมีอาการปวดก่อนมื้ออาหาร ส่วนใหญ่แล้วจะมีแผลหรืออักเสบในลำไส้เล็กส่วนต้น แล้วทำไมต้องดื่มน้ำส้มสายชูหมัก ทั้งๆที่น้ำย่อยของเรามีกรดไฮโดรคลอริค อยู่แล้ว … คุณ วางใจได้ สาเหตุเนื่องมาจาก กรดอซิติคในน้ำส้มสายชูหมักทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติต่างๆกลับมาทำงานเป็นปรกติอีกครั้งซึ่งการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติเหล่านี้ นี่แหละที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดการหลั่งน้ำย่อยมากผิดปกติและผิดเวลาทำให้เกิดแผลในกระเพาะ และทีพบบ่อยมากที่สุด ก็ คือ “ ความเครียด “ ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปรกติ หมายเหตุ: หากท่านมีอาการมากอยู่ก่อนแล้ว ควรอยู่ภายใต้การดูแลจากหมออย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาแผลให้ทุเลาก่อน วิธีนี้สำหรับผู้ที่มีอาการเป็นๆหายๆ น่ารำคาญ ซึ่งส่วนใหญ่รักษาที่ปลายเหตุ เช่นทานยาเคลือบกระเพาะ คุมอาหารรสจัดทุกชนิด เหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะชีวิตมีแต่ความจืดชืด

คลอเลสเตอรอล สิ่งที่คุณไม่ควรเกลียดและ กลัวเมื่อคุณดื่มน้ำส้มสายชูหมักเป็นประจำ

โรคหลอดเลือดหัวใจเป็นโรคที่ร้ายแรง รักษายากมาก หลายคนกลัวมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทราบถึงต้นตอและสาเหตุ คือ “คลอเลสเตอรอล” ทั่วโลกประโคมจนทำให้เราทั้งเกลียดทั้งกลัวคลอเลสเตอรอล ร่างกายของเรามีคลอเลสเตอรอลจำนวนมาก มีบทบาทและความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระแสเลือดอย่างที่คุณคิดไม่ถึง เช่น เมื่อเราตกอยู่ภาวะอันตราย คลอเลสเตอรอลจะนำ Adrenal hormone ไปยังที่หมายทันทีทันใด เมื่อใดที่คุณต้องการความแข็งแรง ฮอร์โมนเพศก็จะถูกส่งไปในที่ที่ธรรมชาติต้องการ ที่นี้เรามาดูกันว่า คลอเลสเตอรอล ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวได้อย่างไร? ศจ.โตกิโอ ชิมาโมโต เผยแพร่งานวิจัยถึงปัญหาโรคหลอดเลือด(หัวใจ)แข็งตัว ทำให้ทั่วโลกสนใจเป็นอย่างยิ่ง เขาได้ค้นพบว่า หากมีการหลั่งแอนดีนาลีน (Andrenaline) จากอาการสุดขีดต่างๆ เช่น ตกใจ โมโห กังวล, เย็นจัด หรือเมื่อเราต้องการใช้คลอเลสเตอรอลเป็นพาหะเคลื่อนย้าย Andrenal Hormone บ่อยเกินไปผ่านหลอดเลือด จะทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัว หากเรากำจัด ต้นเหตุของการหลั่ง ฮอร์โมนชนิดนี้ เช่นความเครียด ก็จะทำให้ลดความเสี่ยงลงได้มาก แต่ที่สำคัญมากที่สุด ก็คือการควบคุม คลอเลสเตอรอล ไม่ให้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งการดื่มน้ำส้มสายชูหมักเป็นประจำจะทำให้ ปริมาณ คลอเลสเตอรอล ลดลงโดยกระบวนการเปลี่ยนแปลงเป็นกรดต่างๆ