FAQ

ทำไมคนเราถึงได้อ่อนเพลีย .. อะไรที่เป็นตัวการทำให้เรารู้สึกเช่นนี้

“ทันทีที่คุณดื่มน้ำส้มสายชูหมัก คุณจะรับรู้ได้ว่าความอ่อนเพลียเมื่อยล้าของร่างกายจะถูกค่อย ๆ กำจัดทิ้งไปทีละน้อยและจะหมดไป ภายในสองชั่วโมง”คุณสามารถพิสูจน์ง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง โดยสังเกตปัสสาวะของคุณก่อนดื่ม และหลังดื่มจะมีสีต่างกัน นั่นคือเมื่อคุณดื่มน้ำส้มสายชูหมักจากอ้อยแล้วใน 1-2 ชั่วโมงต่อมา ปัสสาวะจะเริ่มเหลืองใสขึ้น หรือหากคุณขี้สงสัยอยากดูให้ละเอียดมากขึ้นอีกก็สามารถเช็คง่าย ๆ ด้วยกระดาษลิตมัส ก่อนและหลังดื่มน้ำส้มสายชูหมักจากอ้อย จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าภายหลังดื่มแล้ว ปัสสาวะจะมีภาวะเป็นด่างมากขึ้น ซึ่งก่อนดื่มจะมีภาวะเป็นกรด ฉันใดก็ฉันนั้น สำหรับปัสสาวะและในเลือดของเรา ก็จะมีปฎิกิริยาที่คล้ายกัน ก่อนดื่มเลือดของเรา ในขณะที่อ่อนเพลียจะมีภาวะเป็นกรด และภายหลังดื่มน้ำส้มสายชูหมัก ก็จะมีภาวะเป็นด่างขึ้น นั่นก็แสดงว่าจะต้องมีสารตัวใด ตัวหนึ่งที่ทำให้ร่างกายของเรารู้สึกอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และทันทีที่เราดื่มน้ำส้มสายชูหมักจากอ้อยก็จะเกิดปฎิกิริยาทางเคมีบางอย่างที่สามารถ ขจัดสารตัวนั้นออกไป ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น และเราก็จะมาดูให้ละเอียดว่ามันคืออะไร

ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการดื่ม น้ำส้มสายชูหมักเพื่อเลือดที่เป็นปรกติ

ภาวะแอซิโดซิส (Acidosis) คือภาวะที่เลือดมีกรดไพโรราสมิคและกรดแลคติค จะทำให้เอ็นไซม์ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวข้าลง ทำให้เกิดภาวะเบื่อหน่ายน่ารำคาญ โมโหง่ายหรือฉุนเฉียว นั่นยิ่งเป็นการเพิ่มปัญหามาบนปัญหาเข้ามาอีกต่อหนึ่ง ภาวะนี้ร่างกายก็จะเสี่ยงต่อเชื้อโรคต่างๆ อาจเกิดการเจ็บป่วย ทางแก้ก็มีอยู่ 2 ทาง หนึ่งนั่นคือ ทางใจ ท่านจะต้องฝึกจิตให้สามารถจัดการต้นเหตุที่กล่าวมา ซึ่งโดยปกติแล้ว พระสงฆ์หรือผู้ที่ฝึกสมาธิขั้นสูงเท่านั้นที่สามารถทำได้ แต่สำหรับเราๆ ท่านๆ ง่ายๆ ก็คือ ดื่มน้ำส้มสายชูหมัก เพื่อทำให้ภาวะเลือดเป็นกรดหายไปหรือเป็นด่างมากขึ้น เบื้องต้นก็จะรู้สึกตรงกันข้ามกับที่เอ่ยมาทั้งหมดภายหลังดื่ม เนื่องมาจากกรดอะซิติคหรือน้ำสัมสายชูหมัก จะถูกเปลี่ยนไปเป็นกรดซิตริคโดยวิธีการรวมกับกรดออกซาโลอะซิติค (Oxaloacetic) ด้วยความช่วยเหลือของโคเอ็นไซม์ เอ และ ATP ซึ่งค้นพบโดย ดร.เวอร์ทาแนน (Virtanen) นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลชาวฟินแลนด์ ซึ่งเป็นการทำให้วัฎจักรซิตริค (Citric cycle) ทำงานสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น กรดไพโรราสมิค และกรดแลคติคก็จะไม่เกิดขึ้น

ดื่มน้ำส้มสายชูหมักแล้วจะทำให้หายเครียด

ความเครียดคือความผิดปกติที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา ความหมายที่แท้จริงกินความกว้างกว่านี้มากนัก และมักรวมไปถึงสิ่งต่าง ๆ ที่มีผลกระทบทำให้เราเกิดความเครียด เช่น ร้อน หนาว เหนื่อย อาหารและรวมไปถึงความกังวลและความเจ็บป่วยด้วย หากปล่อยให้ความเครียดเข้าครอบงำ ผลร้ายก็เกิดตามมา บางรายถึงกับล้มป่วยหรือเสี่ยงเป็นโรคร้ายเพิ่มขึ้นอีก กลไกที่ทำให้เกิดความเครียด ถูกค้นพบโดย ดร.ฮาน นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลชาวแคนนาดา โดยการค้นพบ Adrenal Cortical Hormone และการทำงานของต่อมหมวกไต ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิต ประกอบไปด้วย 3 พวกใหญ่ ๆ คือ ฮอร์โมนควบคุมการเผาผลาญอาหาร (Glucocorticoid hormone) ทำหน้าที่ตรงข้ามกับ Insulin ฮอร์โมนควบคุมสมดุลน้ำและเกลือ (Mineralocorticoid hormone) ฮอร์โมนเพศ (Sex hormone) ทั้งสามนี้เรียกรวมกันว่า Adrenal Cortical Hormone หากปล่อยให้ความเครียดเกิดขึ้นนานเกินไป หรือ Adrenal Cortical Hormone หลั่งน้อยเกินไป เราอาจแพ้ต่อความเครียด ถึงขั้นล้มป่วย ดังนั้นเราต้องหาทางป้องกันความเครียดหรือกำจัดความเครียดที่มี ง่าย ๆ ก็โดยการพักผ่อน หรือนอนหลับ หรือกำจัดโดยกระตุ้นต่อมหมวกไตให้หลั่งฮอร์โมน โดยการดื่มน้ำส้มสายชูหมัก หรือกินอาหารที่มีประโยชน์ นักวิทยาศาสตร์บางท่านถึงกับสรุปว่า Adrenal Cortical Hormone ได้มาจากกรดอซิติคหรือน้ำสัมสายชูหมัก ซึ่งเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่ ดร.ฮาน ได้รับเกียรติและรางวัลอันสูงสุดในการค้นพบครั้งนี้หาไม่มนุษย์เราคงมองข้ามความสำคัญของต่อมหมวกไต

คลอเลสเตอรอล สิ่งที่คุณไม่ควรเกลียดและ กลัวเมื่อคุณดื่มน้ำส้มสายชูหมักเป็นประจำ

โรคหลอดเลือดหัวใจเป็นโรคที่ร้ายแรง รักษายากมาก หลายคนกลัวมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทราบถึงต้นตอและสาเหตุ คือ “คลอเลสเตอรอล” ทั่วโลกประโคมจนทำให้เราทั้งเกลียดทั้งกลัวคลอเลสเตอรอล ร่างกายของเรามีคลอเลสเตอรอลจำนวนมาก มีบทบาทและความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระแสเลือดอย่างที่คุณคิดไม่ถึง เช่น เมื่อเราตกอยู่ภาวะอันตราย คลอเลสเตอรอลจะนำ Adrenal hormone ไปยังที่หมายทันทีทันใด เมื่อใดที่คุณต้องการความแข็งแรง ฮอร์โมนเพศก็จะถูกส่งไปในที่ที่ธรรมชาติต้องการ ที่นี้เรามาดูกันว่า คลอเลสเตอรอล ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวได้อย่างไร? ศจ.โตกิโอ ชิมาโมโต เผยแพร่งานวิจัยถึงปัญหาโรคหลอดเลือด(หัวใจ)แข็งตัว ทำให้ทั่วโลกสนใจเป็นอย่างยิ่ง เขาได้ค้นพบว่า หากมีการหลั่งแอนดีนาลีน (Andrenaline) จากอาการสุดขีดต่างๆ เช่นตกใจ โมโห กังวล, เย็นจัด หรือเมื่อเราต้องการใช้คลอเลสเตอรอลเป็นพาหะเคลื่อนย้าย Andrenal Hormone บ่อยเกินไปผ่านหลอดเลือด จะทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัว หากเรากำจัด ต้นเหตุของการหลั่ง ฮอร์โมนชนิดนี้ เช่นความเครียด ก็จะทำให้ลดความเสี่ยงลงได้มาก แต่ที่สำคัญมากที่สุด ก็คือการควบคุม คลอเลสเตอรอล ไม่ให้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งการดื่มน้ำส้มสายชูหมักเป็นประจำจะทำให้ ปริมาณ คลอเลสเตอรอล ลดลงโดยกระบวนการเปลี่ยนแปลงเป็นกรดต่างๆและเข้าสู่วัฎจักรซิตริค (Citric cycle)ที่สมบูรณ์แบบ ตามการค้นพบของ ดร.เครบ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

จริงหรือไม่ ดื่มน้ำส้มสายชูหมักจะ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย โรคกระเพาะและ จุกเสียด (heartburn)

มีการค้นพบว่าอาการจุกเสียดไม่ได้มีสาเหตุมาจากการหลั่งน้ำย่อยมากเสมอไป คนป่วยที่มีการหลั่งน้ำย่อยต่ำ หรือ บางรายผ่าตัดกระเพาะทิ้งแล้วยังมีอาการเลย บางรายดื่มน้ำทีมีฤทธิเป็นด่างหรือดื่มน้ำมากๆก็ยังคงมีอาการ การใช้ชีวิตที่รีบเร่ง ทั้งกิน และดื่มล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของอาการ จุกเสียดทั้งสิ้น ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า น้ำส้มสายชูหมักชนิดดื่มจะมีค่าความเป็นกรด น้อยกว่า น้ำย่อย หรือ แม้แต่เครื่องดื่มโคล่า ที่นิยมดื่มกันทั่วโลกเสียอีก หากคุณมีอาการกระเพาะเป็นแผลอยู่แล้ว ให้คุณดื่มน้ำส้มสายชูทีละน้อยก่อน แล้วสังเกตุอาการ และค่อยๆเพิ่มปริมาณขึ้นทีละน้อยอย่างช้าๆ วิธีสังเกตุอาการ ถ้าเป็นแผล ในกระเพาะคุณจะมีอาการปวดภายหลังจากคุณรับประทานอาหารไปแล้วครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้า คุณมีอาการปวดก่อนมื้ออาหาร ส่วนใหญ่แล้วจะมีแผลหรืออักเสบในลำไส้เล็กส่วนต้น แล้วทำไมต้องดื่มน้ำส้มสายชูหมัก ทั้งๆที่น้ำย่อยของเรามีกรดไฮโดรคลอริค อยู่แล้ว … คุณ วางใจได้ สาเหตุเนื่องมาจาก กรดอซิติคในน้ำส้มสายชูหมักทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติต่างๆกลับมาทำงานเป็นปรกติอีกครั้งซึ่งการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติเหล่านี้ นี่แหละที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดการหลั่งน้ำย่อยมากผิดปกติและผิดเวลาทำให้เกิดแผลในกระเพาะ และทีพบบ่อยมากที่สุด ก็ คือ “ ความเครียด “ ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปรกติ หมายเหตุ: หากท่านมีอาการมากอยู่ก่อนแล้ว ควรอยู่ภายใต้การดูแลจากหมออย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาแผลให้ทุเลาก่อน วิธีนี้สำหรับผู้ที่มีอาการเป็นๆหายๆ น่ารำคาญ ซึ่งส่วนใหญ่รักษาที่ปลายเหตุ เช่นทานยาเคลือบกระเพาะ คุมอาหารรสจัดทุกชนิด เหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะชีวิตมีแต่ความจืดชืด